LINE x
FB Messenger x
คอลลาเจนแบบชง ต่างจากแบบอื่นอย่างไร อะไรดีกว่ากัน
';
Preloader logo

คอลลาเจนแบบชง ต่างจากแบบอื่นอย่างไร อะไรดีกว่ากัน

( คอลลาเจนแบบชง ต่างจากแบบอื่นอย่างไร อะไรดีกว่ากัน ) ผิวขาวใส ตึง กระชับ เรียบเนียน ตั้งแต่ใบหน้ายันผิวพรรณจรดปลายเท้า เป็นสิ่งที่ผู้หญิงอย่างเราใฝ่ฝันมานานว่าจะต้องได้แบบนี้ ยิ่งได้ทราบว่ามีอาหารเสริม “คอลลาเจน” เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วสามารช่วยบำรุงผิวพรรณและร่างกายให้แข็งแรงโดยเฉพาะส่วนที่มีองค์ประกอบของกระดูก แถมยังทำให้หน้าเนียนใสแลดูอ่อนเยาว์ลดอายุลงไปกว่าอีก 10 ปีอีกด้วย ทำให้ในปัจจุบันคอลลาเจนจึงถูกผลิตออกมาให้สาว ๆ ได้เลือกยี่ห้อมากมายในท้องตลาด นอกจากยี่ห้อที่มากแล้ว คอลลาเจนยังถูกผลิตออกมาหลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นแบบชนิดน้ำ, ชนิดเม็ด และชนิดชง ซึ่งล้วนทำขึ้นมาเพื่อเอาใจผู้บริโภค ดังนั้นเมื่อมีหลายรูปแบบขนาดนี้เชื่อว่าสาว ๆ เองก็อาจจะมีข้อสงสัยว่าแล้วคอลลาเจนรูปแบบไหนถึงจะให้ประโยชน์กับผิวพรรณของเรามากที่สุด และรูปแบบไหนที่สาว ๆ ให้ความนิยม วันนี้เราจึงจะพาสาว ๆ ไปหาคำตอบกันค่ะ

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ คอลลาเจนกินแล้วขาว ความเชื่อนี้ผิดหรือถูก ไขข้อสงสัยนี้

แต่ก่อนที่สาว ๆ จะไปถึงขั้นตอนในการเลือกรับประทานคอลลาเจนรูปแบบไหนดี สาว ๆ ควรต้องรู้ก่อนว่า “คอลลาเจน” คืออะไร ทำไมหลายคนถึงจะต้องเสริมคอลลาเจนให้กับร่างกาย โดยคอลลาเจนสามารถพบได้ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย แบ่งเป็น 30% อยู่ตามเนื้อเยื่อต่าง ๆ เช่น หลอดเลือด, เหงือก, กระดูก, ลูกตา และอีก 70% จะเป็นองค์ประกอบหลักของผิวพรรณให้มีความยืดหยุ่น เนียน เรียบ กระชับ แต่คอลลาเจนเองก็มีวันหมดอายุ ไม่สามารถคงอยู่กับร่างกายได้ตลอดไป ย่อมมีวันเสื่อมลงไปตามกาลเวลาเหมือนกับอวัยวะในส่วนอื่น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องหาอาหารเสริมเข้ามาช่วยเสริมทัพให้กับคอลลาเจนของเรา โดยปกติแล้วคอลลาเจนพบได้มากในอาหารจำพวกปลาทะเล, ไข่ขาว, ถั่วเหลือง, หอยนางรม, เนื้อหมู แต่กว่าเห็นผลอาจจะช้าเกินไป หรือจะมั่นใจได้ว่ารับประทานเข้าไปแล้วร่างกายจะได้รับคอลลาเจนเพียงพอ

และที่กล่าวในตอนต้นว่าคอลลาเจนมีให้เลือกอยู่มากมายหลายชนิด แต่จากการสำรวจจากสาว ๆ ที่รับประทานคอลลาเจนเป็นประจำพบว่ารูปแบบที่สาว ๆ ส่วนใหญ่ให้ความนิยมจะเน้นรูปแบบที่สะดวก รับประทานง่าย และที่สำคัญเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วสามารถเห็นผลได้อย่างชัดเจน ส่วนจะมีอย่างไรบ้าง มาลองดูกัน

  • รับประทานง่าย อร่อยถูกปาก ดื่มง่าย เพียงแค่นำไปผสมกับน้ำผลไม้, กาแฟ หรือน้ำเปล่าก็สามารถดื่มได้ทันที นอกจากนั้นยังชงใส่ขวดพกพาติดตัวนำไปได้ทุกที่ หรือจะดื่มทดแทนน้ำเปล่าก็ทำได้เลยเช่นกัน จึงเหมาะกับคนที่ไม่ชอบกลืนยาเม็ด
  • ปริมาณของคอลลาเจนที่ควรได้รับในแต่ละวัน หากเป็นคอลลาเจนในรูปแบบเม็ดจะใส่ผสมได้เต็มที่ไม่เกิน 1,000 มิลลิกรัม แต่ในส่วนของคอลลาเจนแบบชงสามารถบรรจุลงไปเท่าไหร่ก็ได้ โดยส่วนมากจะเริ่มต้นตั้งแต่ 10,000 มิลลิกรัมขึ้นไปต่อซอง ซึ่งเท่ากับว่าแบบชงจะมีปริมาณคอลลาเจนมากกว่าแบบเม็ดถึง 10 เท่าตัวด้วยกัน
  • คอลลาเจนที่ได้จากปลาทะเลน้ำลึกถือได้ว่าเป็นคอลลาเจนที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณของเรามากที่สุด ซึ่งถ้าเป็นคอลลาเจนชนิด “คอลลาเจนเปปไทด์” ปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 มิลลิกรัม แต่ถ้าเป็นชนิด “คอลลาเจนไตรเปปไทด์” ซึ่งเป็นคอลลาเจนเกรดดีที่สุด ร่างกายได้รับเพียงแค่ 2,500 มิลลิกรัมก็เพียงพอแล้ว นั่นเป็นเพราะคอลลาเจนชนิดนี้มีความพิเศษในเรื่องของการดูดซึมที่ดีกว่าคอลลาเจนทั่วไป ฉะนั้นการรับประทานคอลลาเจนแบบเม็ดเพื่อให้ได้ปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน จะต้องพิจารณาก่อนว่าคอลลาเจนในแต่ละเม็ดมีปริมาณเท่าไหร่ และทานจำนวนเม็ดให้ครบตามที่ร่างกายต้องการ ยกตัวอย่าง เช่น คอลลาเจน 1 เม็ดมีคอลลาเจนเปปไทด์อยู่ 200 มิลลิกรัม เท่ากับว่าเราต้องกิน (5,000 ÷ 200 ) = 25 เม็ด ด้วยกันซึ่งแน่นอนว่าไม่น่าเป็นไปได้ ส่วนคอลลาเจนแบบชง ถ้าใน 1 ซองมีปริมาณของคอลลาเจนมากกว่า 5,000 มิลลิกรัม ก็เท่ากับว่ารับประทานจบภายใน 1 ซองเท่าก็เพียงพอแล้ว
  • การที่จะนำพาคอลลาเจนให้เข้าสู่ร่างกายได้มีประสิทธิภาพจำต้องอาศัยสารประกอบอย่างอื่นเข้ามาช่วย เช่น วิตามิน ซี เพราะหลังจากที่ร่างกายดูดซึมคอลลาเจนไตรเปปไทด์เข้าไปแล้ว ร่างกายยังต้องการวิตามินซีเข้าไปช่วยในการนำกรดอะมิโนจากคอลลาเจนไตรเปปไทด์ มาแปรเปลี่ยนเป็นคอลลาเจน ฉะนั้นคอลลาเจนที่มีสูตรผสมวิตามินซี ย่อมดีกว่า สูตรที่ปราศจากวิตามินซี สำหรับในข้อนี้ถ้าเป็นคอลลาเจนรูปแบบเม็ดจะสามารถใส่ส่วนประกอบอย่างอื่นที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคอลลาเจนได้ในปริมาณที่จำกัด ต่างจากรูปแบบชงดื่ม ที่สามารถใส่ปริมาณคอลลาเจนและสารประกอบประเภทอื่นเข้าไปเสริมได้อย่างเต็มที่แบบไม่มีข้อจำกัด
  • เรื่องของการดูดซึมกรณีที่เป็นคอลลาเจนแบบเม็ดเมื่อทานลงไปแล้ว กว่าคอลลาเจนจะแตกตัวจะต้องใช้เวลาสักพัก แต่ถ้าเป็นคอลลาเจนแบบชง หลังจากที่ชงและดื่มเข้าไปแล้ว ร่างกายสามารถดูดซึมนำเข้าไปใช้ได้ในทันที ไม่ต้องเสียเวลารอให้คอลลาเจนแตกตัว
  • คอลลาเจนแบบชงยังสามารถเก็บรักษาคุณภาพของคอลลาเจนได้มากที่สุด สะอาด และได้มาตรฐาน เพราะส่วนใหญ่จะถูกบรรจุเก็บไว้ในซองปิดสนิทมีซิปล็อกแน่นหนา ส่วนแบบเม็ดจะถูกบรรจุลงในขวดซึ่งเปิดทิ้งไว้นาน ๆ อาจจะทำให้เม็ดคอลลาเจนคุณภาพด้อยลงได้เช่นกัน
  • คอลลาเจนแบบชงซื้อหาได้ง่าย เพราะในร้านค้าสะดวกซื้อก็มีวางจำหน่าย

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยของเกรดของคอลลาเจนที่นำมาใช้ ซึ่งคุณภาพย่อมผันแปรตามราคาตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักหมื่นต่างก็มีดีที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าหากให้สรุปเปรียบเทียบระหว่างคอลลาเจนแบบชงกับแบบอื่นคงต้องยกให้ “คอลลาเจนแบบชง” ดีที่สุด ในเรื่องของปริมาณต่อหน่วยบริโภคที่เพียงพอให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ในแต่ละวัน แถมยังประหยัดให้ความคุ้มค่ากว่าคอลลาเจนแบบเม็ด และที่สำคัญเพื่อช่วยให้คอลลาเจนทำงานได้ดีขึ้นกว่าเดิม สาว ๆ ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้งห้าหมู่ประกอบร่วมด้วย รับรองว่าหากสาว ๆ ทำได้ตามนี้ผิวขาวสวยใสสุขภาพดีจะต้องเป็นของสาว ๆ อย่างแน่นอน

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านต่อ บำรุงผิวด้วยคอลลาเจน วิธีง่าย ๆ ไม่ต้องจ่ายแพง

Reference

https://hashilab.com/collagen/คอลลาเจนเม็ด กับ คอลลาเจนผง แบบไหนดีที่สุด.html

Ubereen

ทีมค้นคว้าและพัฒนาของบริษัท Ubereen หน้าที่ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมทั้งหาสารสกัดที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุด

Leave a reply