LINE x
FB Messenger x
รักษาเข่าเสื่อมวิธีใหม่ แบบไม่ต้องผ่าตัดด้วย “คอลลาเจน”
';
Preloader logo

รักษาเข่าเสื่อมวิธีใหม่ แบบไม่ต้องผ่าตัดด้วย “คอลลาเจน”

( รักษาเข่าเสื่อมวิธีใหม่ แบบไม่ต้องผ่าตัดด้วย “คอลลาเจน” ) หลายคนมีความเชื่อว่า “โรคเข่าเสื่อม” มักเกิดขึ้นกับผู้สูงวัยที่อายุเกิน 50 ปีขึ้นไปเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วนักวิจัยได้ค้นพบว่าโรคเข่าเสื่อมไม่เคยปราณีใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นคนที่อยู่ในวัยยี่สิบต้น ๆ หรือคนที่รักเสียงดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ ไปจนถึงคนที่มีน้ำหนักตัวน้อยนิดก็ล้วนมีสิทธิ์ที่จะเสี่ยงเกิดอาการข้อเสื่อมได้ทั้งนั้น ไม่มีเลือกเข่าของเพศไหน วัยใด ทุกคนมีสิทธิ์ได้เป็นอย่างเท่าเทียมกัน และสามารถเกิดขึ้นได้ตามแบบฉบับวิถีของการใช้ชีวิตประจำวันที่จะทำให้ตัวเองเข้าสู่ภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคเข่าเสื่อมมากแค่ไหนนั่นเอง

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้คุณกำลังเข้าข่ายที่จะเป็นโรคเข่าเสื่อมอยู่หรือเปล่า ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่คุณลองพิจารณาจากเช็คลิสต์ตามหัวข้อด้านล่างว่ามีข้อไหนที่ตรงกับคุณบ้าง???

  1. คุณมีน้ำหนักตัวเกินค่า BMI 25 หรือไม่ (การหาค่า BMI ใช้สูตรคำนวณด้วยการนำน้ำหนักมาหารด้วยความสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง) หากผลออกมาว่าน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นจะส่งผลให้ข้อเข่าต้องรับน้ำหนักที่มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
  2. ลักษณะการใช้งานในชีวิตประจำวันที่ต้องเดินอยู่ตลอดเวลาทำให้ข้อเข่าเกิดการเสียดสี หรือ ต้องรับน้ำหนักมากเกินไป รวมทั้งอากัปกิริยาต่าง ๆ ที่ต้องใช้ข้อเข่า เช่น นั่งพับเพียบ, นั่งยอง ๆ, ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ
  3. ออกกำลังกายด้วยการใช้ท่าเดิมต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยไม่พยายามไปเสริมกล้ามเนื้อตรงส่วนอื่นเพื่อช่วยให้เข่าได้รับการแบ่งเบาภาระออกบ้าง
  4. อายุเพิ่มขึ้นเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นโรคเข่าเสื่อมมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า สาเหตุเป็นเพราะร่างกายจะเริ่มผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนได้น้อยลง หรือบางครั้งอาจจะหยุดผลิตเลยก็ได้ จึงผลต่อเซลล์กระดูกอ่อนทำงานได้น้อยลง รวมทั้งการสร้างโปรติโอไกลแคนที่ทำหน้าที่ซ่อมแซมเซลล์กระดูกอ่อนก็ทำงานได้ไม่ดีอีกด้วย
  5. เคยประสบอุบัติเหตุหรือออกกำลังกายมากเกินไปทำให้ข้อเข่ามีอาการบาดเจ็บ อาทิ ข้อเข่าฉีก, ข้อเข่าแตก ซึ่งอาการเหล่านี้มีโอกาสให้เป็นโรคเข่าเสื่อมได้ง่ายมากกว่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยได้รับบาดเจ็บ
  6. มีประวัติว่าคนในครอบครัวเป็นโรคเข่าเสื่อม เพราะอาจจะส่งผลต่อพันธุกรรม

อย่างไรก็ตามโรคเข่าเสื่อมมีสาเหตุมาจากกระดูกอ่อนของข้อที่อยู่บริเวณส่วนปลายของกระดูกแต่ละชิ้นเกิดอาการเสื่อมถอยลง ส่งผลให้ไม่สามารถทำหน้าที่ในการปกป้องกระดูกแต่ละชิ้นไม่ให้เสียดสีกันระหว่างเคลื่อนไหวร่างกายได้ หรือเกิดการอักเสบ หากไม่รีบทำการรักษาปล่อยให้เกิดการสะสมขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นอาการปวดข้อ, ข้อต่อมีเสียงดัง, เคลื่อนไหวร่ายกายได้ไม่เต็มที่ โดยโรคเข่าเสื่อมมักพบบ่อย ๆ บริเวณข้อที่ต้องรองรับน้ำหนักหรือลงน้ำหนักอยู่เป็นประจำ เช่น ข้อมือ, ข้อเข่า, ข้อหัวไหล่, ข้อสะโพก และข้อกระดูกสันหลัง เป็นต้น

ซึ่งหลังจากทำเช็คลิสต์แล้ว พบว่าคุณมีอาการเหล่านี้เกินกว่า 2 ข้อ หมายความว่าคุณกำลังเข้าสู่ภาวะโรคเข่าเสื่อมเสียแล้วล่ะ จะต้องรีบดำเนินการแก้ไขก่อนที่ปัญหาเข่าเสื่อมจะลุกลามใหญ่โตส่งผลร้ายไปมากกว่านี้หากเป็นสมัยก่อนการจะรักษาโรคที่เกิดขึ้นกับเข่าเสื่อมมักจะต้องใช้การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเพียงอย่างเดียว ซึ่งค่อนข้างเสี่ยง และยังสร้างรอยแผลเป็นให้กับผู้ป่วยอีกด้วย ยังไม่นับรวมที่ผู้ป่วยบางคนอาจจะกลัวการผ่าตัดจนไม่กล้าที่จะเข้ารับการรักษาปล่อยให้เรื้อรังต่อไปเรื่อย ๆ พอนานวันเข้าการรักษาเข่าเสื่อมก็เริ่มยากขึ้น แต่ด้วยวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาช่วยให้มีทางเลือกเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องใช้การรักษาด้วยวิธีผ่าตัดอย่างเดียวเสมอไป แต่สามารถใช้การรับประทานอาหารเสริมแทนก็ได้ ซึ่งอาหารเสริมที่ว่าคือการรับประทาน “คอลลาเจนไดเปปไทด์” นั่นเอง

คุณอาจนสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน คอลลาเจนแบบชง ต่างจากแบบอื่นอย่างไร อะไรดีกว่ากัน

รักษาเข่าเสื่อมวิธีใหม่ แบบไม่ต้องผ่าตัดด้วย “คอลลาเจน”

ความสำคัญของ “คอลลาเจนไดเปปไทด์”

ก่อนอื่นต้องทราบก่อนว่า “คอลลาเจน” คือส่วนประกอบสำคัญของร่างกายที่พบได้ทั่วไปภายในร่างกายของเรา โดยเฉพาะบริเวณกระดูกและตามข้อต่อที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นให้ร่างกาย สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตลอดทั้งวัน นอกจากนั้นร่างกายยังผลิตคอลลาเจนขึ้นได้เอง โดยคุณไม่ต้องกังวลว่าคอลลาเจนจะหมด แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องสามารถหยุดอายุไว้ที่ไม่เกิน 30 ปีได้ตลอดกาลเสียก่อน!!!

เพราะในช่วงอายุระหว่าง 25 – 30 ปีเป็นช่วงที่ร่างกายมีมวลกระดูกอยู่หนาแน่นมากที่สุด ซึ่งสังเกตได้จากผู้ที่อยู่ในวัยนี้จะมีความคล่องตัว เคลื่อนไหวทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างใจต้องการ นอกจากนั้นร่างกายยังสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นได้เอง ซึ่งช่วยทำให้ลดการเสียดสีของข้อกระดูกได้เป็นอย่างดี แต่พอเข้าสู่อายุขึ้นหลักเลข 3 อะไรที่ควรจะเพิ่มก็กลับลดลง ไม่เว้นแม้แต่มวลกระดูกที่เข้าสู่ภาวะถดถอย ความแข็งแรงของกระดูกโดยรวมก็ด้อยลง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่ออาการกระดูก หักเปราะ หรือกระดูกพรุนก็ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มของสาว ๆ ที่จะพบได้มากกว่าผู้ชาย

การรับประทานคอลลาเจนเป็นอาหารเสริมจะสามารถช่วยลดอัตราการสูญเสียมวลกระดูกลงได้ เพราะในคอลลาเจนมีสรรพคุณในเรื่องของการบำรุงกระดูก ทำหน้าที่ช่วยให้เนื้อเยื่อที่อยู่ภายในกระดูกแข็งแรงมากยิ่งขึ้น หรือให้เปรียบเทียบง่าย ๆ คอลลาเจนก็จะคล้าย ๆ เสาหลักที่ให้เหล่าแคลเซียมมาเกาะเสริมทัพความแข็งแรงให้กับกระดูก จึงเป็นสาเหตุให้ทางการแพทย์ได้นำเอาคอลลาเจนไปใช้กับคนไข้ที่มีอาการโรคเข่าเสื่อม หรือเข้าสู่ภาวะ กระดูกเปราะ, กระดูกบาง ให้มีอาการดีขึ้น โดยเฉพาะ “คอลลาเจนไดเปปไทด” สามารถเข้าไปช่วยในเรื่องของกระดูกและข้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ซึ่งมีผลงานวิจัยล่าสุดสามารถยืนยันได้ว่าคอลลาเจนไดเปปไทด์มีประโยชน์ต่อกระดูกและเข่า ดังนี้

  • ช่วยปกป้องกระดูกอ่อนไม่ให้เสื่อมสภาพ
  • ช่วยทำให้กระดูกแข็งแรง ด้วยการเพิ่มความหนาแน่นให้กับมวลกระดูก
  • ช่วยให้ข้อต่อเคลื่อนไหวได้ดี เพิ่มปริมาณน้ำในข้อ และไม่เกิดการขัดกัน
  • ลดภาวะของโรคเข่าเสื่อมแทรกซ้อน
  • สามารถเข้าไปควบคุมการทำงานของเซลล์ที่สร้างกระดูก และ เซลล์ที่ทำลายกระดูก ช่วยให้ทำงานได้สมดุลมากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้นยังมีแบบประเมินอาการของผู้ป่วยโรคเข่าเสื่อมจากงานวิจัย KGK Synergize Inc., Canada และ Corunna Medical Research วัดระดับอาการของผู้ป่วยที่รับประทานอาหารเสริม “คอลลาเจนไดเปปไทด” พบว่าผู้ป่วยที่มีอาการปวด, ข้อฝืด จากสาเหตุการใช้งานข้อมากเกินไป สามารถลดอาการปวดลงได้ 40%, ลดอาการข้อติดขัดบริเวณเข่าลง 33% และ ลดอาการปวดเข่าระหว่างทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันลงได้อีก 20% (http://www.interhealthusa.com/Ingredients/UC-II.aspx)

ดังนั้น จึงสามารถสรุปได้ว่าโรคเข่าเสื่อมเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำกัดว่าต้องเป็นคนสูงวัยเท่านั้น ถึงแม้การหมั่นดูแลสุขภาพออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือ รับประทานนมเพื่อเพิ่มแคลเซียมอาจจะช่วยเสริมสร้างให้กระดูกแข็งแรงได้ แต่บอกเลยว่าไม่ทันกับมวลกระดูกที่ต้องสูญเสียไป ทางที่ดีแนะนำว่าการรับประทานอาหารเสริม “คอลลาเจน” เข้าไปจะช่วยชะลอภาวะกระดูกเสื่อมลงได้ และยังเห็นผลได้รวดเร็วทันใจ แถมที่สำคัญไม่ต้องเสี่ยงไปเข้าผ่าตัดเข่า ซึ่งอาจส่งผลเสียตามมาอีกมากมาย

คุณอาจนสนใจบทความนี้ คลิกอ่าน คอลลาเจนกินแล้วขาว ความเชื่อนี้ผิดหรือถูก ไขข้อสงสัยนี้

Reference

https://www.sanook.com/health/12401/

Ubereen

ทีมค้นคว้าและพัฒนาของบริษัท Ubereen หน้าที่ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม รวมทั้งหาสารสกัดที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีที่สุด

Leave a reply