';
Preloader logo

คอลลาเจน คือ | คอลลาเจนช่วยอะไร

คอลลาเจน คืออะไร?

Collagen คืออะไร? (แบบโพสท์เดียวจบ)

ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกับ “คอลลาเจน” เจ้าสารอาหารมหัศจรรย์ที่ใครต่อใครต่างบอกว่า มีประโยชน์หลายๆอย่างทั้งในเรื่องสุขภาพและความสวยความงาม และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า คอลลาเจนนั้น เป็นส่วนประกอบที่อยู่ในเครื่องสำอางและอาหารเสริมเกือบทุกประเภท แต่จะมีซักกี่คนที่รู้ลึกรู้จริงว่าจริงๆแล้วคอลลาเจนมันคืออะไรกันแน่ และเราจะนำคอลลาเจนมาใช้ประโยชน์กับร่างกายเราอย่างไร . . . วันนี้เรามีคำตอบทั้งหมดเกี่ยวกับคอลลาเจนมาบอกกันค่ะ

คอลลาเจนเป็นโปรตีนที่มีอยู่เต็มไปหมดในร่างกายของมนุษย์เรา โดยเฉพาะคอลลาเจนประเภทที่ 1 (Collagen Type 1) ซึ่งคอลลาเจนชนิดนี้จะพบได้ใน กล้ามเนื้อ กระดูก ผิวหนัง หลอดเลือด ระบบทางเดินอาหาร และ ข้อต่อต่างๆ ซึ่งคอลลาเจนนั้นเป็นตัวช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง ควบคู่ไปกับการช่วยทำหน้าที่เป็นตัวทดแทนผิวหนังที่ตายแล้ว และในส่วนของ ข้อต่อ และ เอ็นต่างๆนั้น คอลลาเจนทำหน้าที่เหมือนเป็นกาวช่วยให้ต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีปัญหาเกิดขึ้น

เมื่อเรามีอายุมากขึ้น คอลลาเจนที่เมื่อ “ตอนเรายังเด็ก” ผลิตได้เองในปริมาณมาก กลับเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งนั่นเองเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิด ริ้วรอย , ผิวหนังเหี่ยวย่น , เกิดอาการปวดข้อ ปวดกระดูก . . . นอกจากนั้นยังมีปัจจัยใกล้ตัวที่ทำให้คอลลาเจนในร่างกายลดน้อยลง อย่างเช่น การกินอาหารที่มีน้ำตาลเยอะ , การสูบบุหรี่ , การเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน ซึ่งนอกจากการได้รับคอลลาเจนไม่เพียงพอจะก่อให้เกิดปัญหาข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยต่างๆ เช่น กรรมพันธุ์ ความบกพร่องของร่างกายในการสังเคราะห์คอลลาเจนด้วยตัวเอง ฯ

ต้องขอบคุณ อาหารบางประเภท เช่น ซุปกระดูก ปลาต่างๆ ที่อุดมไปด้วยเจ้าโปรเจนคอลลาเจน และถ้าคุณสงสัยว่าคอลลาเจนจริงๆแล้วมีประโยชน์อย่างไรกับร่างกาย เชิญอ่านต่อด้านล่างเลยค่ะ

ประโยชน์ของคอลลาเจนคืออะไร

ประโยชน์ที่เด่นที่สุด 7 อย่างของ Collagen

1. บำรุงสุขภาพของผิวหนังและเส้นผม

เมื่อเราอายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนจะลดลง และกำลังเกิดขึ้นในขณะที่คุณกำลังอ่านอยู่ในตอนนี้ คุณจะสังเกตได้จากร่างกายของคุณ ผิวหนังที่หย่อนยานลง ริ้วรอยที่เพิ่มมากขึ้น และความยึดหยุ่นที่ลดน้อยลง การเพิ่มระดับคอลลาเจนนั้นสามารถช่วยคุณมีผิวหนังที่กระชับยิ่งขึ้น เรียบเนียนยิ่งขึ้น และช่วยให้เซลล์ผิวหนังของท่านผลัดเซลล์และซ่อมแซมเซลล์ได้ตามปกติ

งานวิจัยแบบปกปิดสองทางด้วยการให้ยาหลอก ซึ่งศึกษาถึงคุณสมบัติต่างๆ ของคอลลาเจนนั้นพบว่า คอลลาเจนไฮโดรไลเซทป 2.5 – 5 กรัมที่ผู้หญิงอายุ 35 – 55 ปีใช้ทุกวันเป็นเวลาแปดสัปดาห์นั้นสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ความชุ่มชื้น การสูญเสียน้ำทางผิวหนัง (ความแห้ง) และความหยาบของผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีแทบไม่มีผลข้างเคียงเลย (1) ซึ่งทำให้คอลลาเจนนั้นเป็นหนึ่งใน ส่วนผสมทางธรรมชาติของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ที่ดีที่สุด

อีกทั้งคอลลาเจนยังลด เซลลูไลท์ และ ริ้วรอย โดยเมื่อผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นอันเนื่องมาจากคอลลาเจนที่ลดลง จะเกิดผลข้างเคืองอีกอย่างหนึ่งคือ เซลลูไลท์ที่มองเห็นได้ชัดมากขึ้น โดยจากการที่ผิวหนังของคุณนั้นบางลง เซลลูไลท์จะเด่นชัดขึ้น โดยไมต้องซ่อนสิ่งใดๆ ที่อยู่ข้างใต้ การเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวของคุณด้วยคอลลาเจนนั้น สามารถช่วยลดรอยบุ๋มบนผิวหนังของคุณได้


2. ลดอาการเจ็บข้อต่อและการเสื่อมสภาพ

คุณเคยรู้สึกเหมือน “ขากระโดกกระเดก” ไหม ความรู้สึกฝึดและเจ็บปวดเมื่อขยับร่างกาย อาการนี้คือการสูญเสียการหล่อเลี้ยงด้วยคอลลาเจน เนื่องจากเมื่อเราสูญเสียคอลลาเจน เส้นเอ็นและกระดูกอ่อนของเราจะขยับเขยื่อนยากขึ้น ซึ่งทำให้เกิดความฝืด ข้อต่อบวม เป็นต้น

โดยจากการที่มีลักษณะเหมือนเจล โครงสร้างที่เรียบ ซึ่งปกคลุมและยึดกระดูกของเราเข้าไว้ด้วยกัน คอลลาเจนทำให้เราสามารถขยับเขยื่อนร่างกายได้โดยไม่เจ็บปวด คุณลองพิจารณาถึงการนำคอลลาเจนเข้าไปในร่างกายเช่นเดียวกับการหล่อลื่นลูกบิดประตู ซึ่งช่วยใหห้ข้อต่อของเราขยับได้ง่ายขึ้น ลดความเจ็บปวดที่เกี่ยวข้องกับการมีอายุเพิ่มมากขึ้น และลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของข้อต่อ (2, 3) โดยไม่แปลกใจว่ามีงานวิจัยชิ้นหนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ได้พบว่า คอลลาเจนนั้นมีประสิทธิผลในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมและ อาการเจ็บข้อต่อ และอาการผิดปกติอื่นๆ (4)

บรรดานักวิจัยที่ศูนย์การแพทย์ Harvard’s Beth Israel Deaconess Medical Center ในเมือง Boston นั้นพบว่า การรับประทานอาหารเสริมที่มีคอลลาเจนประเภมที่ 2 นั้นชวยลดความเจ็บปวดของผุ้ปวยอันเนื่องมาจาก โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และบรรเทาอาการเจ็บต่างๆ ด้วยการลดอาการบวมของข้อต่อ (5) งานวิจัยอีกชิ้นหนึงที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Medical Sciences นั้นพบว่าผู้ที่มีอาการเจ็บจากโรคข้อเข่าเสื่อมที่ได้รับคอลลาเจนประเภทที่ 2 นั้นทำกิจกรรมประจำวันได้ดีขึ้น อาทิ การเดินขึ้นบันได การปีนป่าย หรือการนอนหลับ และคุณภาพชีวิตโดยรวมที่ดีขึ้น (6)


3. ช่วยรักษาลำไส้รั่ว

คอลลาเจนนั้นจะมีประโยชน์อย่างมาก หากคุณมีภาวะลำไส้รั่ว ซึงเป็นภาวะที่สารพิษอันตรายนั้นสามารถซึมผ่านเข้าไปในระบบทางเดินอาหารของคุณ คอลลาเจนช่วยสลายโปรตีน และบำรุงภายในลำไส้ รักษาผนังเซลล์ที่เสียหาย และรวมตัวกับกรดอะมิโนที่รักษาโรคได้

คุณประโยชน์อันดับหนึ่งจากการบริโภคคอลลาเจนคือ คอลลาเจนช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อที่เชื่อมติดกัน และ “ปิดผนึกและรักษา” ชั้นป้องกันของระบบทางเดินอาหาร ในปัจจุบันเราทราบว่าอาการเจ็บป่วยส่วนใหญ่นั้นเกิดจากการอักเสบ หรือการระคายเคืองที่เกิดจากลำไส้ที่ไม่แข็งแรง ลำไส้ที่ไม่แข็งแรง ซึ่งรวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในไมโครไบโอม และสภาพให้ซึมผ่านได้ของภายในลำไส้ ซึ่งทำให้อนุภาคต่างๆ สามารถผ่านเข้าไปในกระแสเลือด ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบ (ที่เรียกว่า ภาวะลำไส้รั่ว) งานวิจัยต่างๆ พบว่าผู้ป่วยโรคลำไส้อักเสบนั้น จะมีความเข้มข้นของคอลลาเจนลดลง (7) โดยจากการที่กรดอะมิโนในคอลลาเจนนั้นสร้างเนื้อเยื่อของลำไส้ และทางเดินอาหาร การรับคอลลาเจนเสริมนั้นสามารถช่วยรักษาอาการผิดปกติต่างๆ ในระบบทางเดินอาหารได้ ซึ่งรวมถึงภาวะลำไส้รั่ว โรค IBS โรคกรดไหลย้อน โรคโครห์น และโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง โดยนอกเหนือจากการช่วยรักษาลำไส้รั่วแล้ว คอลลาเจนยังสามารถช่วยการดูดซับน้ำภายในลำไส้ ซึ่งทำให้สิ่งต่างๆ ภายในร่างกายสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระมากขึ้น


4. เพิ่มการเผาผลาญ มวลกล้ามเนื้อ และพลังงานที่ได้รับ

การได้รับคอลลาเจนเพิ่มขึ้นนั้นอาจช่วยเพิ่มการเผาผลาญ ด้วยการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อที่ไร้ไขมัน และช่วยในการแปลงสภาพของสารอาหารที่สำคัญต่างๆ โดยหนึ่งในบทบาทสำคัญของไกลซีนคือ การช่วยสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อด้วยการแปลงกลูโคสให้เป็นพลังงานสำหรับเซลล์กล้ามเนื้อต่างๆ และโปรดจำไว้ว่า การรักษาสภาพของมวลกล้ามเนื้อนั้นมีความสำคัญพอๆ กับอายุของท่าน เพราะกล้ามเนื้อนั้นช่วยในการเคลื่อนไหว บำรุงกระดูก และเผาผลาญแคลอรี่ โดยเมื่อบริโภคคอลลาเจน ให้คุณบริโภควิตามินซี ด้วยเพื่อให้ร่างกายของคุณสามารถแปลงคอลลาเจนเป็นโปรตีนที่เป็นประโยชน์ ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูร่างกาย ให้พลังงาน และความแข็งแรงแก่คุณ

ประโยชน์ของคอลลาเจนต่อการเผาผลาญของคุณไม่ได้มีเพียงแค่นี้ งานวิจัยยังพบว่า ไกลซีนนั้นมีบทบาทสำคัญต่อทั้งการทำงานของระบบย่อยอาหารและระบบประสามส่วนกลาง ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพและความอ่อนวัยของคุณ (8)
ดูเหมือนว่าไกลซีนนั้นจะช่วยชะลอผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของอายุ ด้วยการปรับปรุงการใช้สารต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย และใช้ในกระบวนการสร้างเซลล์ที่แข็งแรงจาก DNA และ RNA

นอกจากนี้ ยังพบว่าอาร์จินินยังเพิ่มความสามารถของร่างกายในการสร้างโปรตีนจากกรดอะมิโนอื่นๆ ซึงมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อ รักษาบาดแผล ลดการสูญเสียเนื้อเยื่อ เพิ่มการเผาผลาญ และเสริมการเจริญเติบโตและการพัฒนาของร่างกายอย่างเหมาะสม อีกทั้งกลูตาไมน์ยังช่วยรักษาระดับพลังงานให้เพียง ด้วยการช่วยสังเคราะห์สารเคมีจำนวนมาก (9) กรดอะมิโนชนิดนี้เป็น “ตัวขับเคลื่อน” เซลล์ต่างๆ ของเรา ซึ่งรวมถึง คาร์บอน และไนโตรเจนด้วย


5. เสริมความแข็งแรงของเล็บ เส้นผม และฟัน

คุณเคยเล็บหลุดลอกหรือไหม? สาเหตุนั้นอาจเกิดการขาดคอลลาเจน คอลลาเจนโปรตีนนั้นเป็นส่วนประกอบสำคัญของเล็บ เส้นผม และฟัน การบริโภคคอลลาเจนเสริมนั้นสามารถช่วยรักษาความแข็งแรงของเล็บของคุณ และลดผมร่วง

งานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Investigative Dermatology นั้นพบ “ความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างแมทริกซ์ที่อยู่นอกเซลล์ (Extracellular matrix หรือ ECM) และการเสริมสภาพของปุ่มรากผม ซึ่งเสนอแนะว่า คอลลาเจนนั้นเป็นเป้าหมายสำคัญสำหรับการรักษาผมร่วง และโรคผิวหนังอื่นๆ” (10)


6. บำรุงตับ

คอลลาเจนนั้นมีความสำคัญมาก หากคุณต้องการทีจะดีท๊อกซ์สารที่เป็นอันตรายในร่างกายของคุณ บำรุงการไหลเวียนของเลือดและหัวใจ โดยจากการทีไกลซีนนั้นช่วยลดความเสียที่เกิดขึ้นกับตับ เมื่อตับนั้นดูดซึมสารต่างๆ สารพิษ หรือแอลกอฮอล์ ที่ไม่ควรผ่านเข้าไปในตับ

หนึ่งในวิธีการที่ง่ายที่สุดในการล้างสารพิษในตับของคุณคือ การรับประทานซุปกระดูก โดยแนะนำให้ทำการดีท๊อกซ์ด้วยซุปกระดูกเป็นเวลาสามวัน เพื่อซ่อมแซมลำไส้ที่รั่ว ซึ่งอาจช่วยร่างกายในการกำจัดสารเคมีต่างๆ และ “รีเซต” ลำไส้ของคุณ และปรับปรุงการทำงานโดยรวมของระบบภูมิคุ้มกัน งานวิจัยต่างๆ พบว่าไกลซีนนั้นสามารถช่วยลดความเสียหายของตับที่เกิดจากแอลกอฮอล์ และอาการบาดเจ็บเฉียบพลันและเรื้อรังอื่นๆ ของตับได้ (11)


7. ปกป้องสุขภาพของหัวใจและระบบหลอดเลือด

กรดอะมิโนโพรลีนช่วยให้ผนังเส้นเลือดของคุณคลายการก่อตัวของไขมันในกระแสเลือด ลดขนาดของไขมันในหลอดเลือดแดง และลดการสะสมตัวของไขมัน โพรลีนจำเป็นสำหรับการซ่อมแซมเนื้อเยื่อภายในข้อต่อและหลอดเลือด และช่วยควบคุมแรงดันเลือดด้วย โดยจากการที่เป็นองค์ประกอบของคอลลาเจนที่พบภายในข้อต่อต่างๆ โพรลีนจึงช่วยปกป้องร่างกายของเราจากผลกระทบจากความสั่นสะเทือนหรือช๊อก และช่วยเราในการรักษาสภาพของกระดูกอ่อนเมื่อเรามีอายุมากขึ้น (12) อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับการป้องกัน โรคหลอดเลือดแดงแข็ง เพราะโพรลีนช่วยป้องกันการก่อตัวของเกร็ดเลือดที่เป็นอันตราย . . . นอกจากนี้ อาร์จินิน ยังเสริมการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งทำให้หลอดเลือดขยายตัวได้ดีขึ้น และทำให้เซลล์กล้ามเนื้อและหลอดเลือดผ่อนคลายเพื่อการหมุนเวียนที่ดีขึ้น


ubereen in study คอลลาเจนคืออะไร

คอลลาเจนมีกี่ประเภท และมีแหล่งที่มาจากอะไรบ้าง

ข้อมูลทีมีอยู่เล็กน้อยนั้นระบุว่ามีคอลลาเจน 16 ประเภทภายในร่างกายมนุษย์ ซึ่งประกอบไปด้วยคอลลาเจนประเภทที่ 1, 2, 3, 5 และ 10 แต่อย่างไรก็ตาม คอลลาเจนส่วนใหญ่ (ประมาณ 80 ถึง 90 เปอร์เซ็นต์) นั้นเป็นคอลลาเจนประเภทที่ 1, 2 และ 3 คอลลาเจนประเภทที่ 1 นั้นมีอัตราส่วน 90 เปอร์เซ็นต์ของคอลลาเจนในร่างกายตามผลการวิจัยต่างๆ (13) โดยมีคอลลาเจนหลายประเภทที่พบในอาหารบางอย่าง หรือใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ (14)

 


สรุปประเภท แหล่งที่มา  และคุณประโยชน์หลักต่างๆ ของคอลลาเจนมีดังต่อไปนี้

 

• คอลลาเจนประเภทที่ 1

เป็นคอลลาเจนประเภทที่มีปริมาณมากที่สุด และมีผลกระทบมากที่สุดที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ คอลลาเจนประเภทนี้เกิดจากอีโอสิโนฟิลไฟเบอร์ ซึ่งสร้างส่วนประกอบต่างๆ ของร่างกาย คือเส้นเอ็น เอ็น อวัยวะ และผิวหนัง
(ชั้นหนังแท้) นอกจากนี้คอลลาเจนประเภทนี้ยังช่วยสร้างกระดูก และสามารถพบได้ในทางเดินอาหาร คอลลาเจนประเภทนี้มีความสำคัญอย่างยิงต่อการรักษาบาดแผล ความยืดหยุ่นของผิวหนัง และการปกป้องเนื้อเยื่อไม่ให้ฉีกขาด


• คอลลาเจนประเภทที่ 2

เป็นคอลลาเจนที่ช่วยในการสร้างกระดูกอ่อนที่พบได้ในเนื้อเยื่อต่างๆ สุขภาพของข้อต่อต่างๆ ของเรานั้นขึ้นอยู่กับกระดูกอ่อนที่สร้างจากคอลลาเจนประเภทที่ 2 ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการป้องกันอาการเจ็บข้อต่อเมื่ออายุมากขึ้น หรืออาการของโรคไขข้อต่างๆ


• คอลลาเจนประเภทที่ 3

เป็นคอลลาเจนที่เกิดจากเส้นใยร่างแห และเมทริกซ์ภายนอกเซลล์ ซึ่งสร้างอวัยวะและผิวหนังของเรา โดยมักพบพร้อมกับคอลลาเจนประเภทที่ 1 และช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและกระชับ อีกทั้งยังสร้างเส้นเลือดและเนื้อเยื่อภายในหัวใจ ดังนั้นการขาดคอลลาเจนประเภทที่ 3 จึงมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงเส้นเลือดแตก และการเสียชีวิตเมื่ออายุยังไม่มากตามผลการวิจัยต่างๆ ในสัตว์ (15)


• คอลลาเจนประเภทที่ 4

เป็นคอลลาเจนที่มีหน้าที่สำคัญในการสร้างเบซัลลามินา ซึ่งพบได้ในเซลล์เยื่อบุผนังทึบที่สร้างเนื้อเยื่อที่ล้อมรอบอวัยวะ กล้ามเนื้อ และไขมัน เบซัลลามินานั้นจำเป็นสำหรับการทำงานของระบบประสาทและเส้นเลือด (16) โดยเป็นส่วนประอบของอวัยวะส่วนใหญ่ในระบบย่อยและพื้นผิวของทางเดินหายใจ เบซัลลามินาพบได้ในช่องว่างระหว่างชั้นบนสุดและชั้นล่างสุดของผิวหนัง/เนื้อเยื่อ โดยเป็นของเหลวที่มีลักษณะคล้ายเจลชั้นบางๆ ซึ่งรองรับเนื้อเยื่อด้านบน


• คอลลาเจนประเภทที่ 5

เป็นคอลลาเจนที่จำเป็นสำหรับการสร้างพื้นผิวของเซลล์ ตลอดจนเส้นผมและเนื้อเยื่อต่างๆ ที่พบได้ในรกของสตรี (อวัยวะที่พัฒนามดลูกในระหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งให้ออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ แก่ทารกที่กำลังเจริญเติบโต และกำจัดของเสียออกไป) (17)


• คอลลาเจนประเภทที่ 10

เป็นคอลลาเจนที่ช่วยในการสร้างกระดูกใหม่และกระดูกอ่อนของข้อ คอลลาเจนประเภทนี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างกระดูกเอนโดคอนดรอล ซึ่งเป็นการสร้างเนื้อเยื่อกระดูกในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมต่างๆ คอลลาเจนประเภทนี้เป็นประโยชน์ต่อการรักษากระดูกแตก และการซ่อมแซมข้อต่อซินโนเวียล (18)


คอลลาเจน collagen คือ?

สำหรับแหล่งที่มาของคอลลาเจนที่เราได้รับจากอาหารต่างๆ ของเรานั้น แหล่งที่มาหลักก็คืออาหารที่มีโปรตีนสูง ซึ่งประกอบไปด้วยเยือหุ้มเซลล์ของเนื้อวัว เนื้อไก่ เนื้อปลา และเปลือกไข่ ความแตกต่างของแหล่งที่มาของคอลลาเจนและคุณประโยชน์ต่างๆ นั้นมีดังต่อไปนี้

• คอลลาเจนจากวัว

คอลลาเจนจากวัวนั้นมาจากส่วนต่างๆ ของวัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนัง กระดูก และกล้ามเนื้อของวัว ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบจากคอลลาเจนประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 ที่มีความเหมาะสม เนื่องจากคอลลาเจนเหล่านี้เป็นคอลลาเจนประเภทที่สร้างและพบได้มากที่สุดในร่างกายของมนุษย์ โดยเป็นแหล่งไกลซีนและโปรลีน และเป็นประโยชน์สำหรับการสร้างครีเอติน การสร้างกล้ามเนื้อ และช่วยร่างกายในการสร้างคอลลาเจน

• คอลลาเจนจากไก่

คอลลาเจนประเภที่พบได้มากที่สุดในคอลลาเจนจากไก่คือ คอลลาเจนประเภทที่ 2 ซึ่งเหมาะสำหรับ
การสร้างกระดูกอ่อน ซึ่งทำให้คอลลาเจนประเภทนี้เป็นประโยชน์ต่อข้อต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอลลาเจนจากไก่นั้นยังให้
ชอนโดรอิตินซัลเฟต และกลูโคซาไมน์ซัลเฟต ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านความชรา อาหารเสริมส่วนใหญ่ที่มีคอลลาเจนมักใช้คอลลาเจนจากไก่และให้คอลลาเจนประเภทที่ 2

• คอลลาเจนจากปลา

คอลลาเจนจากปลานั้นดูดซึมได้ง่าย และให้คอลลาเจนประเภทที่ 1 เป็นส่วนใหญ่ โดยมีกรดอะมิโน ไกลซีน โพรลีน และไฮดรอกซิโพรลีน โดยจากการที่สามารถพบคอลลาเจนประเภทที่ 1 ได้ทั่วทั้งร่างกาย การบริโภค
คอลลาเจนจากปลาจึงมีประโยชน์ต่อข้อต่อ ผิวหนัง อวัยวะที่สำคัญ เส้นเลือด การย่อยอาหาร และกระดูก ไฮดรอกซิโพรลีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของคอลลาเจนทริเปิลเฮลิกซ์ และการที่มีไฮดรอกซิโพรลีนในระดับต่ำนั้นเกี่ยวข้องกับการเสื่อม-
สภาพของข้อต่อ และอาการหรือสัญญาณต่างๆ ของการมีอายุที่มากขึ้น (19) ไฮดรอกซิโพรลีนนั้นเป็นสิ่งจำเป้นสำหรับความเสถียรของคอลลาเจน และเกิดขึ้นจากการดัดแปลงกรดอะมิโนโพรลีนปกติหลังจากที่มีการสร้างห่วงโซ่คอลลาเจนขึ้น อีกทั้งปฏิกิริยานี้ยังต้องใช้วิตามิน ซี (ในการช่วยเพิ่มออกซิเจน) ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดการขาดวิตามิน ซี จึงสามารถทำให้ระดับคอลลาเจนผิดปกติได้

• คอลลาเจนเมมเบรนเปลือกไข่

คอลลาเจนจากไข่นั้นพบได้ในเปลือกไข่และไข่ขาว ซึ่งมักมีคอลลาเจนประเภทที่ 1 และยังมีคอลลาเจนประเภทที่ 3, 4 และ 10 แต่ยังมีประมาณน้อยความคอลลาเจนประเภทที่ 1 มากนัก เช่นเดียวกับในร่างกายมนุษย์ (คอลลาเจนประเภทที่ 1 นั้นมีมากกว่าคอลลาเจนประเภทที่ 4 ประมาณ 100 เท่า) (20, 21) คอลลาเจนจากไข่นั้นมีกลูโคซาไมน์ซัลเฟต ชอนโดรอิติน กรดไฮยาลูโรนิค  และกรดอะมิโนต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อการสร้างเนื้อเยื่อเชื่อมต่อ การรักษาบาดแผล การสร้างมวลกล้ามเนื้อ และการลดความเจ็บปวดหรือความเมื่อยล้า

ข้อมูลทางโภชนาการของคอลลาเจน

คอลลาเจน (และโปรตีนที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อาทิ เจลาติน) นั้นมีประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณอย่างไร คำตอบก็คือ มาก!

คอลลาเจนนั้นมักถูกเรียกว่า “โปรตีนเชิงซ้อน” ซึ่งไม่ใชเรื่องแปลกที่คอลลาเจนนั้นจะประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่แตกต่างกัน 19 อย่าง ซึ่งประกอบไปด้วยกรดอะมิโนที่ไม่จำเป็น (หรือที่เรียกว่ากรดอะมิโนที่ค่อนข้างจำเป็น) และกรดอะมิโนจำเป็นต่างๆ คอลลาเจนนั้นเป็นวิธีการที่ดีเยี่ยมในการได้รับกรดอะมิโนที่ค่อนข้างจำเป็น อาทิ อาร์จินิน กลูตามิน ไกลซีน และโพรลีน

คอลลาเจนนั้นประกอบจากห่วงโซ่สามห่วง ซึ่งรวมกันเป็นทรีเปิลเฮลิกซ์ ห่วงโซ่แต่ละห่วงโซ่นั้นมีกรดอะมิโนที่ประกอบกันยาวกว่า 1,400 ตัว! (22) โพรลีนและไกลซีนนั้นเป็นกรดอะมิโนประเภทแรกๆ ที่พบในห่วงโซ่คอลลาเจนต่างๆ โดยทั้งโพรลีนและไกลซีนนั้นเป็นกรดอะมิโนที่สำคัญที่พบได้น้อยในเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนส่วนใหญ่จาก “อาหารแบบตะวันตก”
ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ขาดกรดอะมิโนเหล่านี้จากอาหารที่รับประทาน – เนื่องจากคนเหล่านี้มักเลี่ยงการรับประทานอาหารบางอย่างที่เป็นแหล่งคอลลาเจนตามธรรมชาติที่ดีที่สุด (อาทิ เนื้ออวัยวะต่างๆ)

เหตุผลดังต่อไปนี้จะอธิบายว่า เหตุใดกรดอะมิโน “ที่ไม่จำเป็น” นั้นมีความสำคัญมากๆ – อย่าให้คำว่าไม่จำเป็นทำให้คุณคิดว่ากรดอะมิโนนี้ไม่สำคัญ! ภายใต้สภาวะปกติ กรดอะมิโนที่ไม่จำเป็นนั้นผลิตขึ้นโดยร่างกายของเรา แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคุณป่วย ภายใต้สภาวะเครียดทางกายและอารมณ์มาดๆ หรือสุขภาพไม่ดีในรูปแบบอื่นๆ ร่างกายของคุณอาจไม่สามารถผลิตกรดอะมิโนเหล่านี้ได้อย่างเพียงพอ ดังนั้นร่างกายจึงต้องการความช่วยเหลือจากแหล่งอื่นๆ ซึ่งหลักๆ แล้วคืออาหารหรืออาหารเสริมที่เรารับประทาน

collagen คือ

กรดอะมิโนที่มีอัตราส่วนสูงสุดที่พบภายในคอลลาเจน และคุณประโยชน์หลักบางอย่าง มีดังนี้

• โพรลีน

โพรลีนมีอัตราส่วนเกือบ 15 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโพรลีนและไกลซีนนั้นมีบทบาทสำคัญในการรักษาความเสถียรของร่างกาย โพรลีนนั้นช่วยรักษาความสมบูรณ์ของเส้นเลือด บำรุงข้อต่อ และมีคุณประโยชน์มากมายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

• ไกลซีน

ประมาณหนึ่งในสามของโปรตีนที่พบในคอลลาเจนคือ ไกลซีน ในขณะที่ไกลซีนั้นเป็นกรดอะมิโนที่มีขนาดเล็กที่สุด ไกลซีนนั้นออกฤทธิ์ได้มากที่สุด โดยในการทำให้แน่ใจว่าเซลล์ของเราทำงานอย่างเป็นปกตินั้น ไกลซีนจะช่วยสร้างสาย DNA ไกลซีนนั้นเป็นหนึ่งในกรดอะมิโนสามอย่างที่สร้างครีเอตีน ซึ่งกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง และการผลิตพลังงานระหว่างการออกกำลัง

• กลูตาไมน์

จากการที่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในกรดอะมิโนที่มีความสำคัญและพบมากที่สุดในร่างกาย กลูตาไมน์จึงถูกสร้างขึ้นภายในกล้ามเนื้อของเราและได้จากอาหารต่างๆ งานวิจัยแสดงให้เห็นว่ากลูตาไมน์นั้นมีประโยชน์ต่อการป้องกันความวิตกกังวล ความเครียด ความผิดปกติในการนอนหรือการนอนไม่หลับ การขาดสมาธิ ระบบย่อยอาหารที่ไม่ดี ระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง และการอ่อนแรง โดยเมื่ออิงตามรายงานในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition นั้นแสดงให้เห็นถึงผลในเชิงบวกของการผลิตฮอร์โมนการเจริญเติบโต ซึ่งปรับปรุงสุภาพจิต อาทิ การช่วยปลดปล่อยสาร GABA ซึ่งเพิ่มความรู้สึก “สงบภายใน” (23) ไนโตรเจน ซึ่งสร้างขึ้นโดยกลูตาไมน์ในปริมาณมากๆ นั้นช่วยในการรรักษาบาดแผล และป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อและอาการเจ็บข้อต่อ

• อาร์จินิน

อาร์จินิน (หรือที่มักเรียกว่า แอล-อาร์จินิน) สามารถสลายไนตริกออกไซด์ถายในร่างกายได้ โดยเป็นสารประกอบสำคัญอย่างหนึ่งสำหรับระบบโลหิตและหัวใจ (24) อีกทั้งอาร์จินินยังสามารถบำรุงระบบไหลเวียน เสริมระบบภูมิคุ้มกัน และมีผลในเชิงบวกต่อความใคร่ของผู้ชาย

collagen คืออะไร

ว่าด้วยเรื่องของเจลาติน และ คอลลาเจน

คอลลาเจนนั้นแตกต่างจาก เจลาติน และโปรตีนอื่นๆ ที่พบภายในร่างกายอย่างไร? เราจำเป็นที่จะต้องรับประทานคอลลาเจนเสริมหรือไม่? คุณอาจกำลังสงสัยเช่นนี้อยู่

คุณอาจเคยได้ยินมาว่าคอลลาเจนและเจลาตินนั้นเหมือนๆ กัน เนื่องจากเจลาตินนั้นมาจากคอลลาเจน โดยเมื่อคอลลาเจนแตกตัว จะทำให้ได้เจลาติน ตัวอย่างที่ดีมากๆ อย่างหนึ่งก็คือ กระบวนการนี้สามารถพบได้ในซุปกระดูก กระดูกนั้นมีคอลลาเจนมากมาย และเมื่อกระดูกนั้นถูกเคี่ยวอยู่ในซุปหนึ่งถึงสองวัน คอลลาเจนจะแตกตัวเป็นเจลาติน

เจลาตินนั้นเป็นหนึ่งในอาหารอย่างแรกๆ ที่ใช้ในทางการแพทย์ในประเทศจีนเมื่อสมัยโบราณ บรรพบุรุษของเรานั้นพบว่าอาหารนั้นก็คือยามาตั้งแต่โบราณแล้วน่ะเอง! เจลาตินนั้นเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ แพ้อาหาร หรือมีความไวต่อสิ่งกระตุ้น
เจลาตินนั้นช่วยร่างกายในการจัดการอาหารที่ย่อยยากในระยะยาว ด้วยการช่วยซ่อมแซมส่วนประกอบต่างๆ ในทางเดินอาหาร

เช่นเดียวกับการที่เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยเจลาติน แหล่งคอลลาเจน อาทิ ซุปกระดูกนั้นช่วยในการรักษาชั้นเยื่อเมือก ซึ่งเป็นการปรับปรุงการดูดซึมสารอาหาร และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคลำไส้รัว (มีอนุภาคต่างๆ รั่วออกมาจากลำไส้ไปยังส่วนที่ไม่ควรจะไป) กล่าวคือ เจลาตินนั้นมีคุณประโยชน์มากมายเช่นเดียวกับคอลลาเจน แต่อยู่ในรูปแบบที่ต่างออกไป

คอลลาเจนคืออะไร

บรรพบุรุษของเรารับประทานคอลลาเจนเล็กๆ น้อยๆ ตามวิถีชีวิตตามธรรมชาติ เนื่องจากคนโบราณนั้นรับประทานสัตว์ทั้งตัว กล่าวคือ คนโบราณกินหลายส่วนของสัตว์ อาทิ ผิวหนัง เอ้น และกระดูกอ่อน ซึ่งเรามักไม่ค่อยทานกัน

โชคดีตรงที่ว่า “การกลับไปสู่ขั้นพื้นฐาน” นั้นสามารถทำได้ง่ายขึ้น หนึ่งในวิธีโปรดของผู้เขียนในการเพิ่มการบริโภคคอลลาเจนคือการทำซุปกระดูกเอง อาทิ สูตรซุปกระดูกไก่ หรือซุปเนื้อวัว วิธีนี้ดีต่อสุขภาพ อร่อย และราคาไม่แพงในการใช้ส่วนต่างๆ ของสัตว์ที่ไม่สามารถรับประทานได้โดยตรง โดยไม่มีส่วนได้ที่เหลือทิ้ง! ซุปกระดูกนั้นดีสำหรับคุณมากๆ เนื่องจากซุปเหล่านี้ต้มส่วนต่างๆ ของสัตว์เป็นชั่วโมงๆ หรือเป็นวัว ซึ่งทำให้ได้คอลลาเจนที่ดูดซึมได้ง่าย

คอลลาเจนเสริม อาทิ ผงโปรตีนคอลลาเจนนั้นเป็นวิธีง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มการบริโภคคอลลาเจนของคุณ ขอให้คุณตรวจสอบว่าคุณบริโภคผงคอลลาเจนจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้า (ที่ไม่มีสารปฏิชีวนะหรือสารเคมีต่างๆ) คุณสามารถผสมคอลลาเจนเสริมกับน้ำปั่น ซุป หรืออาหารอบ เพื่อเพิ่มคุณประโยชน์ต่อสุขภาพโดยไม่เพิ่มรสชาติใดๆ เข้าไปในอาหารโปรดของคุณ

ประเด็นสุดท้ายเกี่ยวกับ Collagen

ข้อสำคัญคือมีปัจจัยหลายตัวที่เสริมการก่อตัวและการใช้คอลลาเจนในร่างกาย อาทิ วิตามินซี แมงกานีส ทองแดง โพรลีน และอาหารที่มีแอนโทไซยานินสูง (อาทิ บลูเบอร์รี่ เชอร์รี และแบล๊คเบอร์รี) โดยในการกระตุ้นคอลลาเจนในร่างกาย ให้คุณบริโภคอาหารเสริมที่มีกรดอะมิโนและวิตามินซีหากเป็นไปได้ หรือตรวจสอบให้แน่ใจว่าอาหารเสริมของคุณนั้นมีสารอาหารที่ออกฤทธิ์เหล่านี้ เพื่อยืนยันการดูดซับและความเป็นประโยชน์ของสารอาหาร

นอกจานี้ ในขณะที่มีครีมและผงหลายอย่างที่อ้างว่าสามารถฟื้นฟูผิวได้ด้วยการเสริมคอลลาเจน แต่โมเลกุลในผลิตภัณฑ์เฉพาะเหล่านี้มักมีขนาดใหญ่เกินไปสำหรับการดูดซึมของผิว การบริโภคซุปกระดูกและอาหารเสริมนั้น จะเป็นการบำรุงร่างกายของคุณจากภายใน กล่าวคือคุณสามารถประหยัดเงินที่เสียไปกับการทาผลิตภัณฑ์ผสมคอลลาเจนลงบนผิวของคุณโดยตรงนั่นเอง

ข้อสุดท้ายคือ โปรดตระหนักว่าอาหารบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีกรดอะมิโนสูงนั้นเสริมการสร้างคอลลาเจนมากกว่าอาหารอย่างอื่น อาหารจากสัตว์ อาทิ ไข่ ปลา และนม สามารถช่วยเพิ่มการก่อตัวของคอลลาเจนได้ แต่สำหรับผู้ชอบรับประทานผัก คุณสามารถผสมคอลลาเจนลงในอาหารของสมาชิกในครอบครัวหรือเด็กๆ ได้ อาทิ เจลลี่ทำเอง หรือขนมจากผลไม้ธรรมชาติ เป็นต้น

ubereen in study คอลลาเจนคืออะไร

REFERENCES

1. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/23949208
2. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18416885
3. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22500661
4. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/17076983
5. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/8378772
6. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2764342/
7. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/14600124
8. http://www.webmd.com/vitamins-supplements/ingredientmono-1072-glycine.aspx?activeingredientid=1072&activeingredientname=glycine
9. http://www.aminoacid-studies.com/amino-acids/glutamine-and-glutamic-acid.html
10. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/25989472
11. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/22913202
12. http://www.biology.arizona.edu/biochemistry/problem_sets/aa/proline.html

13. http://www.bu.edu/aldolase/biochemistry/html_docs/CollagenTypes&Disorders.pdf
14. http://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK21582/
15. http://www.pnas.org/content/94/5/1852.full.pdf
16. http://study.com/academy/lesson/basal-lamina-definition-function.html
17. http://www.nhs.uk/chq/Pages/2309.aspx?CategoryID=54
18. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/15667640
19. https://pubchem.ncbi.nlm.nih.gov/compound/L-Hydroxyproline
20. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/6203793
21. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/1725804
22. https://pdb101.rcsb.org/motm/4
23. http://ajcn.nutrition.org/content/61/5/1058.abstract
24. http://www.aminoacid-studies.com/amino-acids/arginine.html
source :  https://draxe.com/what-is-collagen/